ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ออกมาฟันธง

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 จะมีเพียงแค่ 4 ทีมเท่านั้นที่ได้ลุ้นแชมป์ นั่นก็คือ “แชมป์เก่า” ลิเวอร์พูล , แมนเชสเตอร์ ซิตี้ , เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ออกมาฟันธง

โดย โอเว่น เปิดเผยกับ “บีที สปอร์ต” สื่อเมืองผู้ดี แม้ว่าศึกพรีเมียร์ลีกจะยังเปิดกว้างสำหรับทุกทีม เนื่องจากเพิ่งดวลแข้งกันไปเพียง 10 นัด ยังไม่ถึงหนึ่งใน 3 ของการแข่งขันด้วยซ้ำ แต่ส่วนตัวเขามองว่าจะมีแค่ 4 ทีมที่ได้ลุ้นชูโทรฟี่แชมป์เมื่อจบซีซั่น ได้แก่ ลิเวอร์พูล , แมนฯ ซิตี้ , เชลซี และ สเปอร์ส ซึ่งถ้าทีมใดออกสตาร์ทได้ดีในช่วงต้นฤดูกาล ก็จะยิ่งทำให้ได้เปรียบเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ อดีตแข้ง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังกล่าวชมเชยพลพรรค “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่ขยับฟอร์มขึ้นมาเรื่อยๆ ล่าสุดเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ก็เพิ่งคว้าแชมป์กลุ่ม ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากที่ลูกทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด บุกไปถล่ม เซบีย่า ทีมแกร่งของสเปน ถึงรัง 4-0 โดยทั้ง 4 ประตู มาจากการเหมายิงของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าตัวเก๋าทีมชาติฝรั่งเศส

ซึ่ง โอเว่น มองว่า เชลซี กำลังไปได้สวย ลูกทีมของ แลมพาร์ด เล่นฟุตบอลกันได้ดี ทั้งในพรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยในเกมกับเซบีย่า ทีมดังแห่งกรุงลอนดอนมีโอกาสยิง 9 ครั้ง แต่สามารถเปลี่ยนเป็น 4 ประตู ถือว่าสุดยอดมากๆ

อีกทั้ง เชลซี ยังแสดงให้เห็นว่า พวกเขามีขุมพลังที่ลงตัว ทั้งในส่วนของตัวจริงและตัวสำรอง ทำให้ แลมพาร์ด มีตัวเลือกมากมายในการจัดทัพ ในส่วนของ ชิรูด์ ยังแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนที่ในแดนหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม ต้องให้เครดิตดาวยิงวัย 34 ปี ที่แสดงให้เห็นถึงคลาสฟุตบอลที่สุดยอดแบบนี้

สำหรับ เชลซี ปัจจุบัน รั้งอันดับ 3 ของตารางพรีเมียร์ลีก ลงเตะ 10 นัด เก็บมาได้ 19 คะแนน ส่วนจ่าฝูงได้แก่ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่จิกไปแล้ว 21 คะแนน เท่ากับ “แชมป์เก่า” ลิเวอร์พูล แต่ “หงส์แดง” มีประตูได้เสียที่เป็นรอง จึงอยู่อันดับ 2 ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ ซึ่ง โอเว่น มองว่าเป็นหนึ่งใน 4 ทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ตอนนี้อยู่อันดับ 11 ของตาราง มี 15 คะแนน จากการเตะ 9 นัด เรียกได้ว่ายังลงสนามน้อยกว่าทีมในกลุ่มนำอยู่ 1 นัดด้วยกัน

 

อ่านข่าวกีฬาเพิ่มเติมได้ที่ : ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ

ชมไฮไลท์เพิ่มเติมได้ที่  : ไฮไลท์ฟุตบอล

ติดตามกิจกรรมอื่นๆที่น่าสนใจ :  https://bit.ly/3g1iPzm  หรือ